อาณิสูตร

[ ๖๗๒ ] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน
อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ...
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เรื่องเคยมีมาแล้ว ตะโพนชื่ออานกะ
ของพวกกษัตริย์ ผู้มีพระนามว่าทสารหะได้มีแล้ว
เมื่อตะโพนแตก พวกทสารหะได้ ตอกลิ่มอื่นลงไป
สมัยต่อมา โครงเก่าของตะโพน ชื่ออานกะ ก็หายไป
ยังเหลือแต่โครงลิ่ม แม้ฉันใด

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! พวกภิกษุในอนาคตกาล
เมื่อเขากล่าวพระสูตร ที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึกมีอรรถอันลึก
เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรมอยู่
จักไม่ปรารถนาฟังจักไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อรู้
และจักไม่สำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเล่าเรียน ควรศึกษา

แต่ว่าเมื่อเขากล่าวพระสูตร อันนักปราชญ์รจนาไว้
อันนักปราชญ์ร้อยกรองไว้ มีอักษรอันวิจิตร เป็นของภายนอก
เป็นสาวกภาษิตอยู่ จักปรารถนาฟังด้วยดี
จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้
และจักสำคัญธรรมเหล่านั้นว่าควรเรียนควรศึกษาฯ

[ ๖๗๓ ] ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระสูตรเหล่านั้น
ที่ตถาคตกล่าวแล้วอันลึก มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ
ประกอบด้วยสุญญตธรรม จักอันตรธานฉันนั้นเหมือนกัน
เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า

เมื่อเขากล่าวพระสูตร ที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึก มีอรรถอันลึก
เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรมอยู่
พวกเราจักฟังด้วยดี จักเงี่ยโสต ลงสดับ
จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้นว่า
ควรเรียน ควรศึกษา ดังนี้

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

จบสูตรที่ ๗

พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ ( ภาษาไทย ) เล่มที่ ๑๖
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค
หน้าที่ ๒๖๙ / ๒๘๘ หัวข้อที่ ๖๗๒ - ๖๗๓