อลคัททูปมสูตร
(ธรรมเปรียบเหมือนแพ)

[ ๒๘๐ ] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เปรียบเหมือน บุรุษผู้เดินทางไกล
พบห้วงน้ำใหญ่ ฝั่งข้างนี้ น่ารังเกียจ มีภัยตั้งอยู่เฉพาะหน้า
ฝั่งข้าโน้ม เกษม ไม่มีภัย

ก็แหละ เรือหรือ สะพาน สำหรับข้าม เพื่อจะไปสู่ฝั่งโน้น ไม่พึงมี
บุรุษนั้น พึงดำริอย่างนี้ว่า ห้วงน้ำนี้ใหญ่แล
ฝั่งข้างนี้ น่ารังเกียจ มีภัยตั้งอยู่เฉพาะหน้า
ฝั่งข้างโน้น เกษม ไม่มีภัย

ก็แหละ เรือหรือสะพาน สำหรับข้าม เพื่อจะไปสู่ฝั่งโน้น ย่อมไม่มี
ถ้ากระไร เราพึงรวบรวมหญ้า ไม้ กิ่งไม้ และใบไม้มาผูกเป็นแพ
แล้วอาศัยแพนั้น พยายามด้วยมือและเท้า พึงข้ามถึงฝั่งได้โดยความสวัสดี .


ทีนี้แล บุรุษนั้นรวบรวมหญ้า ไม้ กิ่งไม้ และใบไม้
มาผูกเป็นแพ อาศัยแพนั้น พยายามด้วยมือและเท้า
พึงข้ามถึงฝั่งโดยความสวัสดี










บุรุษนั้น ข้ามไปสู่ฝั่งได้แล้ว พึงดำริ อย่างนี้ว่า
แพนี้ มีอุปการะแก่เรามากแล เราอาศัยแพนี้
พยายามอยู่ ด้วยมือ และเท้า ข้ามถึงฝั่งได้โดยความสวัสดี
ถ้ากระไร เรายก แพนี้ขึ้นบนศีรษะ
หรือแบกที่บ่า แล้วพึงหลีกไปตามความปรารถนา .

ดูกรภิกษุทั้งหลาย !
เธอทั้งหลาย จะสำคัญความข้อนั้น เป็นไฉน
บุรุษนั้น ผู้กระทำอย่างนี้ จะชื่อว่า กระทำถูกหน้าที่
ในแพนั้น บ้างหรือหนอ ?

ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลว่า
ข้อนั้นชื่อว่าทำไม่ถูก พระเจ้าข้า ?

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! ก็บุรุษนั้น กระทำอย่างไร
จึงจะชื่อว่า ทำถูกหน้าที่ ในแพนั้น ?

ในข้อนี้ บุรุษนั้น ข้ามไปสู่ฝั่งแล้ว พึงดำริอย่างนี้ว่า
แพนี้มีอุปการะแก่เรามากแล
เราอาศัยแพนี้ พยายามอยู่ด้วยมือและเท้า
จึงข้ามถึงฝั่งได้ โดยสวัสดี
ถ้ากระไร เราพึงยกแพนี้ ขึ้นวางบนบก
หรือให้ลอยอยู่ในน้ำแล้ว พึงหลีกไปตามความปรารถนา .

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! บุรุษนั้น กระทำอย่างนี้แล
จึงจะชื่อว่า กระทำถูกหน้าที่ ในแพนั้น แม้ฉันใด .

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ! เราแสดงธรรม มีอุปมาด้วยแพ
เพื่อต้องการสลัดออก ไม่ใช่เพื่อต้องการยึดถือ ฉันนั้นแล

เธอทั้งหลาย ! รู้ถึงธรรม มีอุปมาด้วยแพ
ที่เราแสดงแล้ว แก่ท่านทั้งหลาย พึงละแม้ซึ่งธรรมทั้งหลาย
จะป่วยกล่าวไป ไยถึงธรรมเล่า .

พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ ( ภาษาไทย ) เล่มที่ ๑๒
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
หน้าที่ ๑๘๗ / ๔๓๐ หัวข้อที่ ๒๘๐